บจ.ไทยแห่ลงทุน‘กระท่อม’หลังปลดล็อก‘ปลูก-ซื้อ-ขาย’เสรี

ส่วน “ฟ้าทะลายโจร” มาแรงไม่แพ้กัน หลังมีการนำมาใช้รักษาผู้ป่วยโควิด-19 ที่อาการไม่รุนแรง เรียกว่าขายดิบขายดีจนสินค้าขาดตลาด ผลิตแทบไม่ทัน แถมราคาพุ่งขึ้นเป็นเท่าตัว

เช่นเดียวกับ “กระชายขาว” พืชสมุนไพรพื้นบ้านที่คนไทยรู้จักคุ้นเคยเป็นอย่างดี โดยมีสรรพคุณช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน จึงมีการนำมาสกัดเป็นยาแคปซูล หรือนำไปต้มเป็นน้ำกระชายสด อาจผสมน้ำมะนาว น้ำผึ้ง น้ำขิง ลงไปด้วยแล้วแต่สูตร ซึ่งเวลานี้กำลังได้รับความนิยมสุดๆ


ส่วนว่าที่พืชเศรษฐกิจน้องใหม่ล่าสุด ต้องหลีกทางให้ “กระท่อม” หลังพึ่งมีการปลดล็อกพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติด ประเภทที่ 5 ไปเมื่อวันที่ 24 ส.ค. ที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนทั่วไปสามารถปลูกพืชกระท่อม ครอบครอง และซื้อ ขาย หรือ นำมาบริโภคได้โดยไม่ผิดกฏหมายอีกต่อไป


แต่มีข้อกำหนดว่าหากจะนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงอุตสาหกรรม ต้องขอใบอนุญาตจากหน่วยงานของรัฐก่อน รวมทั้งมีข้อห้ามเพื่อป้องกันไม่ให้นำไปใช้ในทางที่ผิด เช่น ห้ามขายใบกระท่อม น้ำต้มใบกระท่อม หรืออาหารที่มีใบกระท่อมเป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบแก่บุคคลอายุต่ำกว่า 18 ปี หญิงมีครรภ์และหญิงให้นมบุตร หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท


และห้ามบริโภคใบกระท่อมหรือน้ำต้มใบกระท่อมที่ปรุงผสมกับยาเสพติดให้โทษ หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท เป็นต้น

กระท่อมเป็นพืชท้องถิ่นที่อยู่คู่กับสังคมและวิถีชีวิตของคนไทยมาแต่โบราณ ชาวไร่ ชาวนา มักเด็ดใบกระท่อมมากิน เพราะช่วยให้มีพละกำลัง กินแล้วรู้สึกมีแรงทำงาน ไม่เหนื่อย ไม่หิว 

ขณะที่ทางการแพทย์มีการวิจัยว่า ใบกระท่อมมีสรรพคุณมากมาย ทั้งมีฤทธิ์ระงับปวด รักษาอาการท้องเสีย ลดน้ำหนัก ต้านการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ รักษาแผลในกระเพาะอาหาร ช่วยคลายกล้ามเนื้อ


นอกจากนี้ ในต่างประเทศมีการนำพืชกระท่อมมาใช้ทดแทนสารเสพติดต่างๆ เช่น มอร์ฟีน เฮโรอีน ไอซ์ และยาบ้า เพื่อบำบัดผู้เสพยา

ส่วนความเคลื่อนไหวในแวดวงธุรกิจ ทันทีที่รัฐปลดล็อกพืชกระท่อม บริษัทต่างๆ ออกมารับลูกทันที หวังต่อยอดธุรกิจจากพืชเศรษฐกิจใหม่ตัวนี้ เช่นเดียวกับกัญชง ฟ้าทะลายโจร กระชายขาว ที่เป็นกระแสฮอตฮิตก่อนหน้านี้


ไม่ว่าจะเป็นบริษัท เค. ดับบลิว. เม็ททัล เวิร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ KWM ผู้ผลิตโครงผาล ใบผาล อุปกรณ์ทางการเกษตร ที่แตกไลน์เข้าสู่ธุรกิจใหม่หลังมีการปลดล็อกกัญชง กัญชา อาศัยความเชี่ยวชาญทางด้านงานวิศวกรรมเครื่องกล ต่อยอดมาผลิตเครื่องสกัดสารจากพืชสมุนไพร ปรากฏว่ามีออเดอร์เข้ามาเพียบ ทั้งขอซื้อเครื่องจักร ขอเช่า จนไปถึงรับจ้างสกัด

นอกจากนี้ ยังต่อยอดไปสู่ธุรกิจขั้นปลายน้ำ นำสารสกัดจากพืชสมุนไพรต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่ามีพืชกระท่อมด้วย ไปผลิตเป็นส่วนผสมของเครื่องสำอาง อาหารเสริม เครื่องดื่ม ฯลฯ

ด้านบริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ NRF ไม่น้อยหน้า เตรียมส่งกระท่อมไทยโกอินเตอร์ไปสหรัฐฯ 150 ตัน ในเดือนธ.ค. นี้ และปีหน้าตั้งเป้าจะส่งออกมากกว่า 1 พันตัวเลยทีเดียว นอกจากนี้ อยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรในอีกหลายอุตสาหกรรมเพื่อพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์จากพืชกระท่อม รวมทั้งยังมีแผนตั้งศูนย์การแพทย์รักษาโรคซึมเศร้าด้วยพืชกระท่อม เรียกว่าครบวงจร


ส่วนกลุ่มเครื่องดื่มตอนนี้มีบริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ICHI และ บริษัท ทิปโก้ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIPCO ที่แสดงความสนใจผลิตเครื่องดื่มจากกระท่อม เช่นเดียวกับบริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG เตรียมพัฒนาเมนูอาหารและเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมจากพืชกระท่อมขายในร้านกาแฟของกลุ่ม

เชื่อว่าจริงๆ แล้วยังมีอีกหลายบริษัทที่มีศักยภาพในการรุกเจาะตลาดพืชกระท่อม โดยเฉพาะบริษัทที่สนใจธุรกิจกัญชงกัญชาอยู่แล้วสามารถต่อยอดได้เลย ทั้งบริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) หรือ RBF, บริษัท ดีโอดี ไบโอเทค จำกัด (มหาชน) หรือ DOD ที่ก่อนหน้านี้ทั้ง 2 บริษัท ประกาศเข้าลงทุนธุรกิจกัญชงครบวงจร 

ซึ่งผู้บริหารของ DOD บอกว่าสนใจทำอาหารเสริมจากสารสกัดจากพืชกระท่อมซึ่งเป็นที่นิยมในสหรัฐฯ สามารถใช้โรงสกัดร่วมกับโรงสกัดกัญชงได้เลย

รวมไปถึงบรรดาบริษัทอื่นๆ ที่อยู่ปลายน้ำ ทั้งบริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP, บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG, บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ JKN, บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ BEAUTY, บริษัท โรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ KISS, บริษัท เอฟเอ็น แฟคตอรี่ เอ๊าท์เลท จำกัด (มหาชน) หรือ FN, บริษัท ชโย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CHAYO


ที่มา https://www.bangkokbiznews.com/news/958416

ข่าวสารแนะนำ