กะท่อม” (KRATOM) พืชสมุนไพรทำเงินล่าสุด

หลังจากปลดล็อกพืชกะท่อมออกจากบัญชียาเสพติดประเภท 5 เช่นเดียวกับกัญชา กัญชง เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา ทำให้กะท่อม กลายเป็นที่ต้องการของตลาดขายต้นไม้กันอย่างคึกคัก​ ทั้งการขายปลีกและขายส่ง มีการประกาศตามหาเมล็ดพันธุ์​ ต้นกล้าและใบกระท่อมในสื่อสังคมออนไลน์เป็นจำนวนมาก เพื่อส่งป้อนโรงงานผลิตยาหลายแห่ง หรือแม้แต่ซื้อเมล็ดกะท่อมนำไปเพาะเป็นต้นกล้าขายกันอีกทอดมากขึ้น



แหล่งซื้อขายทั้งเมล็ดพันธุ์ ต้นกล้า และใบกะท่อมส่วนใหญ่มาจากทางภาคใต้ เช่น ชุมพร สุราษฎร์ธานี กระบี่ สงขลา ปัตตานียะลา นราธิวาส ตรัง เป็นต้น 

สำหรับแหล่งปลูกภาคกลางหาซื้อได้แถบ ปทุมธานี รังสิตคลอง 14 มีขายต้นกล้า

กะท่อมพันธุ์ที่นิยม ได้แก่ ก้านแดง หางกั้งแมงดา เหรียญทอง แตงกวา 

ราคาซื้อขายกะท่อมแบ่งออกเป็น เมล็ดพันธุ์ เรียกว่านับเมล็ด (ส่วนเกสร) ขาย

กันตั้นแต่ 100 เมล็ดขึ้นไป ราคา 80-100 บาท ส่วนต้นกล้าสูงตั้งแต่ 10-15 cm. ขายต้นละ 250 บาท ถ้าสูง 30-50 cm. ราคาขายตกต้นละ 350 บาทขึ้นไป 


สำหรับใบกะท่อมสด ราคากิโลกรัมละ 400-500 บาท กะท่อมบดผงซื้อขายกิโลกรัมละ 600-800 บาท หากซื้อจำนวนมากราคาจะถูกลง ซึ่งส่วนใหญ่มีนายหน้ารับซื้อไปขายต่ออีกทอด หรือป้อนเข้าสู่โรงงานผลิตยา

กะท่อม นิยมนำใบสดมาเคี้ยวและต้มใบสดหรือแห้งเป็นชาดื่ม บำรุงกำลัง กระตุ้นการทำงานได้มาก สู้แดด ไม่รู้สึกเหนื่อย แก้ปวดเมื่อยตามตัว ทำให้ผ่อนคลาย 

ประโยชน์ของกะท่อมต่อสุขภาพ มีงานวิจัยพบว่า กะท่อมมีสารแอลคาลอยด์ มีฤทธิ์ระงับอาการปวดเช่นเดียวกับมอร์ฟีน และมีสารแอฟเฟตามีน ช่วยกระตุ้นประสาทให้ทำงานได้มากขึ้น 

ทางการแพทย์แผนปัจจุบันทำการวิจัยเพิ่มเติมพบว่า กะท่อมสามารถรักษาโรคเบาหวาน แก้ปวดท้อง ปวดเมื่อยตามข้อ แก้โรคนอนไม่หลับ คลายวิตกกังวล 

ในสมัยโบราณ หมอพื้นบ้านนำกะท่อมมาเข้าตำรับยา แก้ท้องเสีย ปวดเมื่อยตามร่างกาย แก้ปวดท้องบิด ส่วนแพทย์แผนไทยใช้กะท่อมเข้าตำรับยาชื่อว่า ประสะกะท่อม แก้ท้องร่วง แก้ปวดมวนท้อง แก้บิด และใช้บดตำพอกรักษาแผลได้

โทษของกะท่อม หากกินเป็นเวลานานและกินปริมาณมากมีผลทำให้ ปากแห้ง เบื่ออาหาร หนาวสั่น นอนไม่หลับ คลื่นไส้ อาเจียน ผิวหนังเข้ม ประสาทหลอน หวาดระแวง

กะท่อม พืชสมุนไพรที่กำลังมาแรง จะได้รับการสนับสนุนให้เป็นพืชเศรษฐกิจยั่งยืนในอนาคตหรือไม่ หรือเป็นเพียงกระแสไฟไหม้ฟาง คงต้องติดตามดูกันต่อไป

ข่าวสารแนะนำ