สาร CBD (Cannabidiol)

มีคุณสมบัติลดอาการเจ็บปวด ลดการอักเสบของแผล ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง ลดอาการชักเกร็ง และลดอาการคลื่นไส้   โดยสาร CBD ที่มีอยู่ในกัญชาถูกพบกว่าให้ประโยชน์ทาง การแพทย์มากที่สุด นอกจากนี้ CBD ยังสามารถช่วยลดอาการต่างๆที่เกิดจากสาร THC ได้อีกด้วย




หากอธิบายตามหลักวิทยาศาสตร์ก็คือ สารจะประกอบด้วย คาร์บอน 21 อะตอม ไฮโดรเจน 30 อะตอม และอ็อกซิเจน 2 อะตอม ซึ่ง CBD เป็นสารที่ไม่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท แถมยังออกฤทธิ์ตรงข้ามกับ THC คือ ไม่ทำให้เกิดอาการมึนเมาใน ตัวมันเอง และยังไปยับยั้งการเกิดอาการมึนเมาจาก THC ได้อีกด้วย การใช้สารสกัดจากกัญชาที่มี CBD เป็นหลักก็เพื่อใน การรักษาโรคบางอย่าง เช่น โรคลมชักในเด็ก จึงจะเหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง


ในวารสารของอังกฤษเภสัชวิทยาคลินิก การศึกษาได้พบ CBD จะมีคุณสมบัติทางการแพทย์ต่อไปนี้ : ช่วยลดอาการคลื่นไส้อาเจียนหยุดอาการเกร็ง เป็นยารักษาโรคจิต ที่จะต่อสู้ความผิดปกติทางจิต ต้านการอักเสบ ต่อสู้ ความผิดปกติของการอักเสบของหลอดเลือดผนังผนังเซลล์ ต่อต้านอนุมูลอิสระ ความผิดปกติทางระบบประสาท ต่อสู้และ ต่อต้านทำลายเนื้องอกเต้านม


การศึกษาวิจัยคุณสมบัติทางยารักษาโรคของ CBD ที่มีผลต่อมนุษย์ดังต่อไปนี้


ช่วยให้การกำจัดและควบคุมโรคมะเร็ง ทำลายเนื้องอก/ ช่วยในการบรรเทาความเจ็บปวดของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น/

ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของกระดูก / หยุดการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย / ยับยั้งการหดเกร็งของกล้ามเนื้อและ อาการชัก /ระงับการอักเสบของเซลล์เนื้อเยื่อต่างๆของร่างกาย /ลดอาการคลื่นไส้ /หยุดการอักเสบของหลอดเลือดเพื่อลด ความเสี่ยงการเกิดไขมันอุดตันในหลอดเลือด /ลดความดันในผนังหลอดเลือดและดวงตา / ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ปรับระบบอินซูลินให้ปกติทั้งเบาหวาน1และ2 / ช่วยในการควบคุมอาการชักในโรคลมชัก /ช่วยลดความเสี่ยงจากความเสียหายของเส้นประสาท / ลดอาการที่เกิดจากการ THC

 

จริงหรือ? น้ำมันกัญชา/กัญชง รักษาอาการวัยทอง

Cannabidiol (CBD) เป็นสารเคมีที่เกิดขึ้นในพืชกัญชงและกัญชาซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าน้ำมันกัญชา/กัญชงหรือน้ำมัน CBD สามารถช่วยรักษาอาการวัยหมดประจำเดือนหรือที่เรียกว่า “อาการวัยทอง” (Menopause) ได้ 


กลุ่มนักวิจัยได้พิจารณาวิธีการรักษาด้วยสมุนไพรและธรรมชาติอื่นๆ เพื่อเป็นตัวเลือกในการรักษา แต่ทว่ายังไม่พบวิธีการใดๆ มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง และเมื่อเร็วๆ นี้สาร cannabidol (CBD) ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากเป็นผลมาจากเมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2018 ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) ได้อนุมัติให้ใช้ผลิตภัณฑ์ cannabidol (CBD) เจาะจงในการรักษาได้เฉพาะโรคลมชัก 2 ประเภท ซึ่งการวิจัยบ่งชี้ให้เห็นว่าสาร CBD อาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพด้านอื่นๆ ตั้งแต่การบรรเทาอาการปวดไปจนถึงการรักษาภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวล รวมถึงอาจช่วยลดอาการของวัยหมดประจำเดือนหรืออาการวัยทอง (menopause) ได้ด้วย


CBD เป็นหนึ่งในสารหลายชนิดที่เกิดขึ้นในพืชกัญชาซึ่งแตกต่างจาก tetrahydrocannabinol (THC), cannabinoid ตัวอื่น โดยสาร CBD ไม่ออกฤทธิ์ทางจิตประสาท ซึ่งหมายความว่าผู้ที่ใช้กัญชาจะไม่มีอาการมึนเมา เคลิบเคลิ้มจากสาร CBD ด้วยเหตุนี้การขายและใช้ผลิตภัณฑ์ CBD จึงเป็นเรื่องถูกกฎหมายในบางประเทศ


ในสหรัฐอเมริกาความถูกต้องตามกฎหมายนั้นจะแตกต่างกันไประหว่างรัฐ สาร CBD นั้นอาจทำงานกับร่างกายได้หลายวิธี เพื่อช่วยบรรเทาอาการหมดประจำเดือน โดยสิ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือวิธีที่มันมีปฏิสัมพันธ์กับตัวรับ cannabinoid (cannabinoid receptors) ในสมอง ระบบ endocannabinoid คือชุดของตัวรับเซลล์ที่เรียกว่า ตัวรับ cannabinoid ซึ่งมีอยู่ในสมอง อวัยวะและเนื้อเยื่ออื่นๆ ทั่วร่างกายมนุษย์ ระบบ endocannabinoid ทำงานโดยการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ส่งสารเคมีรวมถึงสาร CBD


ระบบ endocannabinoid มีความสำคัญในผลกระทบทางกายและจิตใจของกัญชาในร่างกายมนุษย์ กลุ่มนักวิจัยเชื่อว่าระบบนี้มีบทบาทสำคัญในการทำงานของร่างกายและด้านอื่นๆ ของสุขภาพ รวมไปถึงการควบคุมอารมณ์, หน้าที่การทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน, อาการปวด, การนอน, ความจำ, ภาวะเจริญพันธุ์และการสืบพันธุ์ รวมถึงการควบคุมอุณหภูมิ ทฤษฎีหนึ่งคือระบบ endocannabinoid ที่ทำงานได้ไม่ดี สามารถทำให้เกิดปัญหาทางภาวะสุขภาพที่แตกต่างกันหลายอย่าง ซึ่งการจัดการสารเคมีที่เกี่ยวข้องในระบบเช่น CBD อาจช่วยรักษาสภาพเช่นนี้ได้

 

ว่าด้วย...

กัญชาและไมเกรน

.

เมื่อก่อนเราสงสัยกันว่า ทำไมผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคไมเกรน ซึ่งเป็นอาการปวดหัวชนิดหนึ่ง ที่ยังคงไม่มียาเคมีตัวไหนรักษาได้ผลอย่าง 100 %

.

แถมยาเคมีที่นิยมใช้รักษา โดยเฉพาะบ้านเรา มีผลทำให้เส้นเลือดตีบ และทำให้เกิดเนื้อตายบริเวณมือและเท้าได้

.

แต่พอมามาสูบกัญชาหรือใช้กัญชา อาการปวดไมเกรนจึงไม่ค่อยมีหรือกำเริบน้อยมาก แม้จะมีปัจจัยกระตุ้นแบบที่เคยทำให้ปวดไมเกรนก็ตาม

.

ปัจจุบันในทางวิทยาศาสตร์เราสามารถค้นพบและอธิบายกลไกได้แล้วว่า ทำไมกัญชาจึงรักษาและป้องกันไมเกรนได้

.

ในรูปภาพประกอบ ถึงแม้จะเข้าใจยาก สำหรับคนทั่วไป แต่ผมอยากให้ทุกท่านได้ทราบว่า

.

กัญชา รักษาและป้องกันไมเกรนได้ และอธิบายตามหลักวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้แล้ว เราค้นพบและอธิบายได้แล้ว

.

ซึ่งแน่นอนก็เกี่ยวข้องกับระบบเอ็นโดแคนนาบินอยด์ ซึ่งทั้งสารเอ็นโดแคนนาบินอยด์ และตัวรับ หรือ Receptor ที่อยู่บริเวณสมองที่เกี่ยวข้องกับการปวด

.

และยังคงค้นพบว่า สารกัญชาสามารถเข้าไปยับยั้งตรงจุดที่ก่อให้เกิดการเหนี่ยวนำกระแสประสาทบริเวณสมองที่ทำให้เกิดการปวดไมเกรนขึ้นมา

.

รวมทั้งช่วยลดหรือป้องกันอาการคลื่นไส้ อาเจียน ได้ด้วย ซึ่งมักจะพบในผู้ที่ปวดหัวไมเกรนด้วย

.

ฉะนั้น กัญชาจึงเป็นทางเลือก ที่เป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพมากๆในการรักษา บรรเทา และการปวดไมเกรน ซึ่งเป็นปัญหาของคนทั่วโลกมากกว่า 10 ล้านคน

.

.

ภก.พงษ์ศักดิ์ สง่าศรี

ข่าวสารแนะนำ