หมออนันต์ชัย ประกาศนโยบาย แคนนาบิสวีค ครั้งแรกประวัติศาสตร์ หนุนคนไทยปลูกพืชศก.ใหม่

หมออนันต์ชัย ประกาศนโยบาย แคนนาบิสวีค ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ส่งเสริมคนไทยปลูกพืชศก.ใหม่

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม เวลา 13.00 น. ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ในงาน “กัญชากัญชง 360 องศา เพื่อประชาชน” ดร.ภก.อนันต์ชัย อัศวเมฆิน คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์ กล่าวบนเวทีสัมมนาใหญ่ภายในหัวข้อ “กฎหมายยาเสพติดกับอนาคตประเทศไทย” โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมรับฟังการบรรยายเป็นจำนวนมาก

ดร.ภก.อนันต์ชัย กล่าวว่า เริ่มต้นจากนโยบายหาเสียงของพรรคการเมือง เดินหน้าแก้กฎหมายพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ยาเสพติดในประเทศไทย เพื่อใช้กัญชาทางการแพทย์และสร้างพืชเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้ประชาชน หลายคนบอกว่านโยบายหลอกลวง แต่ในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าราคาของช่อดอกกัญชาที่ยังเป็นยาเสพติดอยู่ ที่มีสารซีบีดี(CBD) มากกว่า 12 เปอร์เซ็นต์ สูงถึงกิโลกรัมละ 45,000 บาท

ฉะนั้น วันนี้มันเป็นความจริงแล้ว ภายใต้พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ฉบับที่ 7 ที่เป็นฉบับเดิม ขณะนี้ ภาครัฐบาลเองก็พยายามขับเคลื่อนและผลักดันแก้ไข พ.ร.บ.ยาเสพติด ฉบับที่ 8 เพื่อให้ผู้ป่วยปลูกกัญชาได้เองที่บ้าน โดยผ่านการอนุญาตจากแพทย์

“วันนี้เราขับเคลื่อนนโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์มาจนถึงความสำเร็จแล้ว ตนคิดว่าจะสำเร็จมากขึ้นไปอีกโดยต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชน ปัจจุบันเราใช้ พ.ร.บ.ยาเสพติด ฉบับที่ 7 ประกาศใช้ตั้งแต่วันที่ 18 ก.พ.2562 ผ่านมา 2 ปีเต็ม เรายังเหลือเวลาอีก 3 ปีตามบทเฉพาะกาล ว่าให้ประเทศไทยพัฒนายา ใช้ความรู้พัฒนาทุกอย่างทางการแพทย์ เศรษฐกิจให้เป็นจริงให้ได้ เพราะหากเกิน 3 ปีข้างหน้า ต่างชาติจะเข้ามาธุรกิจได้อย่างเต็มรูปแบบ” ดร.ภก.อนันต์ชัย

ดร.ภก.อนันต์ชัย กล่าวว่า ตั้งแต่ช่วงเดือน ธ.ค.2563 ประเทศไทยปลดล็อกส่วนของพืชกัญชา กัญชงทุกส่วนยกเว้นช่อดอก ออกจากการเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 หลังจากนั้นร้านอาหารก็นำใบ ส่วนอื่นๆ ของกัญชามาประกอบอาหาร ประชาชนได้ใช้ประโยชน์

ตนคิดว่าภาพของนโยบายที่ได้หาเสียงไว้ยังเหลืออีกเล็กน้อย คือ ความชัดเจนด้านความร่วมมือร่วมกันทุกภาคส่วน เพราะนโยบายดังกล่าวถูกบรรจุเป็นนโยบายเร่งด่วนของประเทศไทย ส่วนกรณีที่หลายคนพูดว่านโยบายดังกล่าวเอื้อกับนายทุน ตนขอย้ำว่าเป็นการเปิดโอกาสให้กับคนไทยในประเทศทุกคนที่มีความพร้อมคว้าโอกาสไปต่อยอดเพื่อสร้างรายได้

ดร.ภก.อนันต์ชัย กล่าวว่า ในที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกัญชาฯ สัปดาห์หน้า จะมีการมอบนโยบาย ให้สำนักงานสาธารณสุข(สสจ.) ทุกจังหวัด สำรวจความต้องการปลูกกัญชา เรียกว่า แคนนาบิสวีค (Cannabis week) เพื่อให้ประชาชนร่วมมือกันเป็นวิสาหกิจชุมชน เลือกโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.) ในแต่ละจังหวัด จับมือกันเพื่อขออนุญาตปลูก นับว่าเป็นการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนด้านการปลูกกัญชามากที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย

“ผมย้ำชัดว่ากฎหมายฉบับปัจจุบันทุกท่านปลูกได้ ยกเว้นอาชญากรก็จะขออนุญาตปลูกไม่ได้ นโยบายนี้ทำเพื่อคนไทยทุกคนมีสิทธิปลูกได้ โดยตามพ.ร.บ.ยาเสพติด ฉบับที่ 7 หน่วยย่อยเล็กที่สุดของรัฐในการกำกับการปลูก คือ วิสาหกิจชุมชน หมายถึงคน 7 คนขึ้นไปมารวมตัวกันเพื่อปลูก เพราะรัฐยังไม่สามารถคุมคน 1 คนได้ แต่หากเป็น พ.ร.บ.ยาเสพติด ฉบับที่ 8 ที่กำลังแก้ไขขณะนี้ เป็นการคุมคนเดียว ในระดับย่อยที่สุด ซึ่งหมายถึงผู้ป่วยที่ไปขออนุญาตอย่างถูกกฎหมาย” ดร.ภก.อนันต์ชัย กล่าว

ดร.ภก.อนันต์ชัย กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมียาเกือบ 30 ตำรับที่มีส่วนประกอบจากกัญชา และมี 7 ตำรับที่ได้รับการบรรจุอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ เพื่อจ่ายยาให้กับผู้ป่วยโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ดังนั้น สิ่งที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ปลดล็อกการใช้ส่วนของพืชกัญชา เช่น ใบ กิ่ง ก้าน ราก ลำต้น ไปทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ปัจจุบันมีความแพร่หลายอย่างมาก แต่เรายังเห็นความไม่พร้อมของสังคม คือ หากมีการพูดถึงกัญชา ก็จะมาพร้อมคำว่า เดินยิ้ม แต่จริงๆ เป็นการยิ้มให้ความสำเร็จที่เกิดขึ้น ไม่ได้ยิ้มเพราะเราเมากัญชา

“เขาดูถูกพวกเราว่าไม่รู้ แต่เขาต่างหากที่ไม่รู้ ว่าเวลาเสพอะไรแล้วจะเมาหรือไม่ เพราะส่วนของพืชกัญชาที่มีสารทีเอชซี(THC) ที่ทำให้เมาจะอยู่ในช่อดอกและใบรองดอก ซึ่งส่วนอื่นๆ จะไม่มีสารชนิดนี้ การนำใบทำชากัญชาด้วยความร้อนที่พอดี ไม่ทำให้รู้สึกเมา



ที่มาเนื้อหา รูปภาพ : https://www.matichon.co.th/economy/news_2609523

ข่าวสารแนะนำ