แหล่งที่มาของเงินทุนสำหรับธุรกิจ

ในช่วงนี้ เชื่อว่าหลายๆท่านคงจะได้ยิน และคุ้นชินกับคำว่า Start-up กันอย่างแน่นอน เพราะในช่วงหลังๆมานี้เราจะเห็นได้ว่ากระแสของการทำ Start-up ในประเทศไทยนั้นเติบโตเป็นอย่างมาก ซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะการก้าวหน้าของเทคโนโลยี ที่เข้ามาช่วยแก้ปัญหา และช่วยผลักดันให้ภาคธุรกิจต่างๆ สามารถเพิ่มขีดความสามารถของตนเองกันขึ้นไปได้ด้วย


เมื่อเราพูดถึงเรื่องการจัดตั้งธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น Start-up หรือจะเป็นบริษัทต่างๆในโลก หนึ่งสิ่งที่ถือได้ว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญในการดำเนินธุรกิจนั้นก็คือ “เงินทุน” ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นเลือดที่คอยหล่อเลี้ยงธุรกิจเลยทีเดียว


เมื่อเราพูดถึงเรื่องเงินทุนแล้ว หลักๆจะมีอยู่ด้วยกัน 3 ช่องทาง ซึ่งหลายๆท่านคงจะคุ้นชินกับการหาเงินทุนจากการขอกู้ยืมจากธนาคาร เพื่อมาทำธุรกิจ วันนี้เราจะมาดูกันว่าทั้ง 3 ช่องทางหลักมีอะไรกันบ้าง

#แหล่งแรก

คือ แหล่งเงินทุนที่มาจากผลประกอบการของธุรกิจ หรือที่เราเรียกกันว่า “Bootstrapping” ซึ่งเป็นวิธีจัดหาเงินทุนภายในบริษัท โดยใช้ผลกำไรจากการดำเนินงานของบริษัท หรือการอัดฉีดเงินเข้าไปจากผู้ถือหุ้นเดิม รูปแบบนี้จะทำให้บริษัทไม่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกทางการเงิน เช่น ผลกระทบจากการปรับตัวของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ หรือความคาดหวังผลตอบแทนจากผู้ถือหุ้นใหม่ แต่หากบริษัทเลือกที่จะใช้ Bootstrapping ในการเป็นแหล่งเงินทุนนั้น ก็จะทำให้ธุรกิจเติบโตได้ช้า

#แหล่งที่สอง

คือ แหล่งเงินทุนที่มาจากการกู้ยืม (Debt Finance) ซึ่งในรูปแบบนี้ วิธีที่หลายๆคนคุ้นเคยที่สุดก็คือ การกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงิน หรือธนาคารนั่นเอง นอกจากนี้แล้วบริษัทยังสามารถออกหุ้นกู้ (Bond) เพื่อขายให้แก่นักลงทุนได้อีกด้วย ทั้งนี้การระดมทุนในรูปแบบนี้ บริษัทจะได้รับเงินก้อนเพื่อมาดำเนินธุรกิจต่อไป แต่ก็มีพันธะที่จะต้องจ่ายดอกเบี้ย และเงินต้นคืนให้แก่ผู้ปล่อยกู้ ตามเงื่อนไข และข้อตกลงที่ทำร่วมกันไว้ด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้บริษัทถูกฟ้องล้มละลาย

.

#แหล่งที่สาม

คือ แหล่งเงินทุนที่มาจากการลงทุน (Equity) ซึ่งรูปแบบนี้ เป็นวิธีที่หลายๆคนจะคุ้นชินอยู่แล้ว นั่นก็คือการที่บริษัทเปิดโอกาสให้นักลงทุนภายนอก สามารถเข้ามาซื้อหุ้นของบริษัทได้ โดยที่เมื่อนักลงทุนทำการซื้อหุ้นของบริษัทไปแล้ว จะทำให้นักลงทุนมีความเป็นเจ้าของในธุรกิจ และมีสิทธิในการโหวตในวาระต่างๆของบริษัท เพื่อร่วมกำหนดทิศทางของบริษัทอีกด้วย โดยการระดมทุนในรูปแบบนี้ นักลงทุนจะได้รับ “เงินปันผล” เป็นการตอบแทนเป็นหลัก ในขณะเดียวกันเมื่อมองในมุมผู้บริหารของธุรกิจ ก็จะมีภาระที่จะต้องแบกความคาดหวังของนักลงทุนในการดำเนินธุรกิจต่อไปด้วย

ซึ่งทั้ง 3 รูปแบบนี้ ได้ถูกพัฒนากระบวนการให้ง่ายขึ้น ทั้งแก่นักลงทุน และเจ้าของกิจการ ด้วยกระบวนการ Crowdfunding ที่จะช่วยให้เจ้าของกิจการที่ต้องการเงินทุน ได้มีโอกาสนำเสนอไอเดียต่อนักลงทุนทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนสถาบัน Venture Capital, Angel Investor และนักลงทุนรายย่อย โดยที่ Crowdfunding ในปัจจุบันนั้นได้เปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจเลือกระดมทุนได้ทั้งในรูปแบบหุ้นกู้ (Debt Security Crowdfunding) และหุ้นทุน (Equity Crowdfunding) เพื่อเป็นการสร้างโอกาสในการระดมทุนเพื่อนำเงินทุนไปดำเนินกิจการต่อไปได้นั่นเอง

นักลงทุนที่ลงทะเบียนบนแพลตฟอร์มสินวัฒนาจะได้สัมผัสกับการลงทุนในประเทศไทย และเพลิดเพลินไปกับโอกาสการลงทุนใหม่ ๆ ที่กำลังจะมาถึง หากต้องการเข้าร่วมกับสินวัฒนาในฐานะนักลงทุน ท่านสามารถเริ่มต้นได้ ที่นี่

เกี่ยวกับสินวัฒนา: สินวัฒนา แพลตฟอร์มการระดมทุนคราวด์ฟันดิงสำหรับผู้ประกอบการในประเทศไทย และนักลงทุน ที่ได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) บริหารงานโดยทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนที่มีประสบการณ์และนำโดยประธานบริหาร HongSin, Kwek เป้าหมายของสินวัฒนาคือการบูรณาการเศรษฐกิจของธุรกิจด้วยการพัฒนาแหล่งเงินทุนให้เป็นการเสริมศักยภาพทางธุรกิจและนักลงทุนรุ่นต่อไป สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้าไปที่

https://equity.sinwattana.com/https://www.sinwattana.com/

ข่าวสารแนะนำ