วิสาหกิจชุมชนเฮ! จ่อได้มีผลิตภัณฑ์กัญชา-กัญชง เป็นของตนเอง

วิสาหกิจชุมชนเฮ! จ่อได้มีผลิตภัณฑ์กัญชา-กัญชง เป็นของตนเอง


วันนี้ (2 มิ.ย.64) ภก.อนันต์ชัย อัศวเมฆิน อาจารย์ประจำคณะเภสัชวิทยา มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา มีการประชุมร่วมกับผู้บริหาร สธ. เขตสุขภาพทั้ง 12 แห่ง และหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้อง


ภก.อนันต์ชัย กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ มีผลการดำเนินงานมีความก้าวหน้าไปมาก สรุปดังนี้

1.นพ.ภูวเดช สุระโคตร ผู้ช่วยปลัด สธ. ร่วมกับกองกฎหมาย ผลักดันระเบียบให้หน่วยงานในสังกัด สธ.รับจ้างผลิต สกัด กัญชา กัญชงได้สำเร็จ โดยจะมีผลทันทีหลังปลัด สธ.ลงนาม ซึ่งจะเป็นการเปิดโอกาสให้ภาคเอกชน และวิสาหกิจชุมชนได้มีผลิตภัณฑ์กัญชา กัญชงเป็นของตนเอง

2.กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สามารถจดทะเบียนรับรองกัญชาสายพันธุ์ไทย 4 สายพันธุ์ ได้สำเร็จ ได้แก่ ตะนาวศรีก้านขาว ตะนาวศรีก้านแดง หางเสือ และ หางกระรอก


3.กรมการแพทย์ ศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาขยายขอบเขตการใช้กัญชาให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น ล่าสุดศึกษาวิจัยเบื้องต้นพบว่า กัญชาอาจมีผลช่วยลดการอักเสบของปอด และในอนาคตอาจนำมาใช้รักษาโรคโควิด-19 ได้ ซึ่งทางกรมการแพทย์กำลังเร่งศึกษาวิจัยเพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน


4.คณะกรรมการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ สาขาการใช้กัญชาทางการแพทย์ ปักหมุดการให้บริการในโรคที่กัญชารักษาได้ผลที่ชัดเจน เพื่อเพิ่มการเข้าถึงยากัญชาทางการแพทย์แผนไทย และการแพทย์แผนปัจจุบัน พร้อมขับเคลื่อนร่วมกับโรงพยาบาลต่างๆ ใน สธ.ทันที ทั้งการดูแลผู้ป่วยประคับประคอง ลมชัก พาร์กินสัน นอนไม่หลับ และอาการปวดเรื้อรัง


5.เขตสุขภาพที่ 8 พัฒนาโครงการ World Cannabis Hub ผลักดันให้เขตสุขภาพที่ 8 เป็นศูนย์กลางกัญชาโลก เชื่อมโยงวิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการภาคเอกชน เป็นส่วนหนึ่งในห่วงโซ่คุณค่า การผลิตผลิตภัณฑ์ และการท่องเที่ยว โดยมีภาครัฐสนับสนุน พร้อมเปิดให้ท่องเที่ยวภายในปีนี้ ในระหว่างนี้เร่งเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการให้พร้อมรับนักท่องเที่ยวด้วยมาตรการนิว นอร์มอล (New Normal) ซึ่งจะมีการกำหนดแนวทางผู้มาท่องเที่ยวเหมือนกันทั้งเขตสุขภาพ


6.เขตสุขภาพที่ 9 ได้พัฒนาแนวทางการค้นหาผู้ป่วยประคับประคองและประชาชนที่จำเป็นต้องรับการรักษาด้วยกัญชาทางการแพทย์ ให้มีโอกาสเข้าถึงและครอบคลุมอย่างปลอดภัยในชุมชนด้วย ระบบ 3 หมอ และปฐมภูมิ มีระบบการลงทะเบียน จัดหายากัญชาให้ผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง ไล่เรียง และวางแผนการปลูกกัญชาอย่างมีประสิทธิภาพ โดยอาศัยข้อมูลความต้องการ และคาดการณ์สมดุล demand/supply โดยการกำหนดความต้องการที่ปลายทางให้ชัดเจน เน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทุกส่วนของกัญชา เพื่อสร้างความมั่นคงทางรายได้ให้เกษตรกร และประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง (โดยข้อมูลพื้นฐานของเขตสุขภาพที่ 9 ที่ผ่านมาใช้กัญชาทางการแพทย์แผนปัจจุบันสูงที่สุดในทุกเขต)


7.กรมสุขภาพจิต เจ้าภาพด้านการสื่อสารและการสร้างความรอบรู้ด้านกัญชา เปิดช่องทางการสื่อสารที่หลากหลายให้เข้าถึงประชาชน โดยที่ผ่านมา ได้จัดทำการสื่อสารผ่านช่องทางเฟซบุ๊ก ไลฟ์ และ คลับ เฮ้าส์ ซึ่งขณะนี้มีผู้ติดตามเป็นจำนวนมาก พร้อมดำเนินการ Social listening เพื่อวางแผนให้เกิดการสื่อสารที่ตรงจุด และพัฒนาช่องทางที่ทำให้เข้าถึงประชาชนจำนวนมากได้อย่างรวดเร็ว เช่น รายการโทรทัศน์ วิทยุ


8.คณะกรรมการอาหารและยา ร่วมกับกองบริหารงานสาธารณสุข พัฒนาระบบการรายงานการใช้ผลิตภัณฑ์จากกัญชา เพื่อลดภาระงานที่ซ้ำซ้อน ช่วยให้โรงพยาบาล คลินิกกัญชาทางการแพทย์ใช้งานได้สะดวก พร้อมนำระบบ Business intelligence มาเป็นข้อมูลในการขับเคลื่อนนโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์

“ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนกัญชาสู่การเป็นพืชเศรษฐกิจ ที่จะสร้างประโยชน์ให้ประชาชนอย่างแท้จริง” ภก.อนันต์ชัย กล่าว

ข่าวสารแนะนำ